เมื่อวันที่สิบสามที่ผ่านมาผมต้องเตรียมตัวเพื่อจะไปเที่เที่ยวในวันสงกราน

ผมเลยกะว่าจะทำขนมง่ายๆไปขบเล่นกันระหว่างทาง

นี่เลยครับสูตรขนมง่ายแสนง่ายของวันนี้

"วาฟเฟิลฟูลเฟรม[waffle full frame]สูตรชาววัง" [คิดชื่อเองครับ]

วาฟเฟิลที่ไม่บ้าน เพราะ มันมาจากวัง

นี่เลยครับ

ผมอยากจะบอกครับว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลยครับ

ที่เชฟม่อมใช้สูตรที่เป็นหลักแหล่ง

และไม่ได้คิดหรือเพิ่งเติมสูตรขึ้นมาเอง

เครืองปรุงก็มี

แป้งสองถ้วย

เกลือหนึ่งส่วนสี่ช้อนชา

ผงฟูสามช้อนชา

นมสดถ้วยครึ่ง

ไข่สองฟอง

เนยห้าช้อนโต๊ะ

ปล.ผมเติมกลิ่นวานิลาไปด้วยครับ แล้วผมก็ใส่น้ำตาลลงไปด้วย

[เอะ ไหนเมื่อกี้บอกว่าไม่เพิ่มสูตรไง]

วิธีทำ

ร่อนแป้งกับผงฟู

เสร็จแล้วใส่เกลือ แล้วพักไว้

เอาไข่มาตอก แยกไข่ขาวไข่เเดง

เอาไข่แดง นม เนยละลายผสมกัน [ใครจะใส่น้ำตาลก็ใส่ตอนนี้ครับ]

พอเข้ากันก็เอาแป้งมาผสม [ใครจะใส่วานิลาก็ใส่ตอนนี้ครับ]

พักไว้ครับ หาอะไรปิดหน่อย

เอาไข่ขาวที่แยกไว้ครับ

เอามาตีจนตั้งยอด

ขั้นตอนนี้ทำเสร็จแล้วจะน่าภูมิใจมักๆ

ปล.ขอย้ำสักหน่อย อย่าตีไข่ขาวทิ้งไว้นะครับ ไข่ขาวมันจะคืนรูปเดิม

แล้วจะตีไม่ขึ้นอีก [ผมทำมาแล้ว ตีตั้งแต่ยังไม่ผสมแป้ง ทิ้งไว้มาดูอีกที แฟบทันตาเห็น]

 พอตีไข่ขาวจนขึ้น ก็เอามาผสมกับแป้ง

ตะล่อนเบาๆจนเข้ากันครับ

 เสร็จแล้ว

 

ทีนี้จากสูตรต้องใช้ที่ทำวาฟเฟิลที่เป็นรวงผึ้ง

แต่บ้านผมไม่มี

เลยใช้นี่แทนครับ

เตาอบขนมไข่ "พี่หมาน้อยยยสีแดง"

ใส่แป้งไปเลยครับ

ผมใส่ใส้ด้วยครับ

เป็นใส้กล้วย [มันเน่าอยู่ในตู้เย็นนานได้เอามาใช่ซักที]

ผมออกมาก็เป็นแบบที่เห็นครับ

กล้วยทะลัก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 นี่แหละครับ ความหมายของ"วาฟเฟิลฟูลเฟรม[waffle full frame]สูตรชาววัง"

แปลออกมาจะเป็น วาฟเฟิลเต็มเฟรม กรอบของที่ทำวาฟเฟิลครับ สูตรจากวังด้วยน้า

ถ้าทาเลยตอนเพิ่งเสร็จใหม่ๆ จะหอมฟุ้งกลิ่นเนย

ผมโรยน้ำตาลกะจะให้สวยๆตอนอบ ออกมากลายเป็นเม็ดน้ำตาลป่น

ทันทีที่ได้กับไปในวาฟเฟิลฟูลเฟรม[waffle full frame]สูตรชาววังคำแรก

เพียงแค่ใช้ปลายฟันกระต่ายของผมกัดเข้าไป

ผมก็ได้ยินเสียงอันแสนรื่นรมดัง"กร๊วบ!!!"ออกมาจากขนมวาฟเฟิลฟูลเฟรม[waffle full frame]สูตรชาววัง

สัมผัสต่อมาเป็นรส่นุ่มลิ้นและกลิ่นหอมน้อยมากๆของกลิ่นวานิลาบัตเตอร์ที่ซื้อมาแถวๆสำโรง

ราคาประมาณยี่สิบสองบาทเมื่อไมนานมานี้

ในใจตอนนั้นผมคิดเเต้เพียงว่า "ทำไมมันจืดจังวะ"

แต่มันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคความอร่อยเลย [เสียงหล่อ]

เมื่อผมมี นี่

เเค่คุณมีน้ำผึ้งเดือนตุลา[เดือนสิบ][หรือเดือนอื่นๆ]คุณก็สามารถหลงคารม

กับมันได้เต็มที่แล้ว

งั้นไปทะเลกันเลยดีกว่า

 

 

 

 วันรุ่งขึ้น วันที่สิบสี่ ผมและครอบครัว หอบลูกหอบหลานไปลงน้ำกันที่ชลบุรี[สัตหีบ]

เดินทางออกจากบ้านตั้งแต่เจ็ดโมง

แวะไปรับแม่ผมที่เข้าเวรอยู่ที่โรงพยาบาล

ขับรถวนไปวนมาตั้งนานเพื่อตามหา"หาดทรายแก้ว"ที่ผมนั่งหลังขดหลังแข็งหาในข้อมูลเน็ต

ถามคนแถวนั้นก็ไม่มีใครรู้จัก ถามทหารก็ทำหน้างง

ทำไงละ หรือว่าผมหาข้อมูลผิดหรอ ไม่นะ

จากข้อมูลบอกไว้ว่า

หาดทรายแก้วอยู่ในประมาณฐานทัพเรือ  สงบ น้ำใส ทรายขาว คนกำลังดี เหมาะมาพักกับครอบครัว

พ่อผมเลยเข้าไปแม่งทุกฐานที่คิดว่ามีทหารเลย

ปรากฏว่า ไปโผล่หาดเตยงามครับ

จากความรู้สึก

หาดเตยงามให้บรรยากาศเหมือนหาดทรายแก้วที่ดูมาในเน็ตเลยครับ

เอะ! หรือว่าหาดทรายแก้วเปลี่ยวชื่อเป็นหาดเตยงาม? ผมก็ไม่อาจรู้ได้ครับ

งั้นเราไปชมกับเลยครับ

 

 เลดี้ แอน เจนเทอแมน

เชฟม่อมพรีเซ้น  เชฟม่อม แอน แฟมิลี่ พลัดหลง อิน หาดเตยงาม [พลัดหลงจากทรายแก้วไปเตยงาม]

[เสียงตรบมือ]

แหม รูปยังกะโฆษณารีสอท

หาดเตยงามอยู่ในจังหวัดชลบุรีครับ อำเภอสัตหีบ

คนไม่ค่อยพลุกพล่าน เพราะอยู่ในเขตทหารครับ

เหมาะมาพักผ่อนกับลูกหลานมากๆเลยครับ

มันดีกว่าพัทยามากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆครับ

น้ำใส คนน้อย ไม่ตื้อขายของ

แต่ใครหวังที่จะมาดูบิกินีฝรั่ง ขอย้ำว่าอย่าหวังครับ 

เพราะเค้า งดฝรั่งครับ กินแต่แตงโมอย่างเดียว ฮึ้ย! ไม่ใช่ คนฝรั่งเฟ่ย

เค้าสงวนไว้ให้คนไทยมารยาทงามเท่านั้นครับ

แม่ผมครับ ไม่รู้ทากันแดดทำไม ไม่เห็นลงทะเลเลย

เจ๊เค้าไปนวดฝ่าเท้าครับ คนใช้บริการเยอะครับมากบริการโทรตามด้วย ดีแฮะไม่ต้องนั่งรอ

ราคาชั่วโมงละ 150 ใต้ต้นไม้ใหญ่

ใครไม่กลัวแดดก็ลงเลยครับ  มีระเบียบเชียว

จะบอกว่าน้ำไม่ลึกมากครับ แดดก็ไม่แรงอย่างที่คิด

ใครไม่อยากลงก็นั่งรถรางเล่นก็ได้ครับ คนละสิบบาทเอง

ส่วนใครชอบเล่นทราย อาจจะผิดหวังหน่อย เพราะ ทรายที่นี่เปียกครับ

<